18/08/2022
Breaking News

VARออกฤทธิ์ออกเดช!! สิ่งที่ต้องการบอกหลังหงส์แดงเสีย2แต้ม

liverpool 3 - VARออกฤทธิ์ออกเดช!! สิ่งที่ต้องการบอกหลังหงส์แดงเสีย2แต้ม

liverpool 1 - VARออกฤทธิ์ออกเดช!! สิ่งที่ต้องการบอกหลังหงส์แดงเสีย2แต้ม
2 ประตูของ ลิเวอร์พูล ถูก VAR ยึดคืน ก่อนที่ VAR จะบรรจงมอบจุดโทษที่ 2 ให้ ไบรท์ตัน ตีเสมอซะแบบนั้น !!!

1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมแบบไม่เต็มสูบสักเท่าไหร่ในระบบ 4-2-3-1 โดย โฌแอล มาติ๊ป ดันมาหายตัวไปอีกคนจนจำต้องเอาดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กับ แน็ตต์ ฟิลลิปส์ ลงตัวจริง
ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ลงในตำแหน่ง ‘หน้าต่ำ’ เพื่อ โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นหน้าเป้า ประกบด้วย โม ซาล่าห์ และก็ดิโอโก โชต้าส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ซาดิโอ มาเน่ ถูกขังไว้ในซุ้มม้านั่งสำรองก่อน
แม้ว่าจะไม่สมประกอบ แต่ด้วยคุณภาพและก็มาตรฐานที่สูงกว่าก็คงจะ ‘เอาอยู่’ ครับ ว่าแล้วพรรคพวกหงส์ก็เริ่มต้นในตอน 10 นาทีแรกได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

2. ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เล่นได้แบบ ‘มีทรง’ อยู่แล้วครับ โดยจะใช้การเซ็ตบอลจากในดินแดนตนเองพลางต่อบอลและก็ทำชิ่งกันห้ำหั่นกับคู่ปรับ
ข้างหลังตั้งหลักได้ พวกเขาก็เริ่มครอบครองบอลได้มากขึ้น ก่อนใช้จังหวะฉาบฉวย เป็นต้นว่าการวางตัดข้างหลังแบ็คเข้าโจมตี ลิเวอร์พูล ที่แนวรับดูหลวมๆและก็มีช่องว่างเข้าจู่โจม
เจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีเลยทีเดียว การรับจ่ายบอลแม่นยำทั้งยังสั้นและก็ยาว แต่ปัญหาที่อยู่คู่ทีมนวลนางดินแดนใต้มาตลอดเป็นปราศจากความเด็ดขาด
หลายครั้งที่เล่นดีมีโอกาสแล้วดันปลดปล่อยให้หลุดลอยไปในอวกาศ ขนาดได้จุดโทษ และก็มีโอกาสขึ้นนำก่อน ยังอุตส่าห์เอามันไปโยนทิ้งลงโถส้วมเลยขอรับคุณ

3.เวลาเดียวกันมันเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นได้ต่ำยิ่งกว่ามาตรฐานของตนเอง แบ็คขวาอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กลายเป็นข้อด้อย ดินแดนกลางก็ขับเคลื่อนเกมไม่ถนัดนัก มินามิโนะ ในตำแหน่งหมายเลข 10 ก็ธรรมดาเกินความจำเป็น ไม่มีทีเด็ด เกมรุกดูอืดๆและก็ไม่มีความดุเดือด แถมหาจังหวะจบสกอร์ได้น้อยไปหน่อย
แต่ ด้วยความไม่เฉียบคมของ ไบรท์ตัน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษ เนื่องจากมีโอกาสแล้วทำไม่ได้เอง ท้ายที่สุดเสียประตูให้หงส์แดงจนได้

4. เมื่อ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่ไฉไลสักเท่าไหร่ แต่เกมรุกของเจ้าบ้านก็ไม่มีประสิทธิ์ภาพเพียงพอ
แต่คนใดกันแน่จะไปทราบดีว่า VAR จะออกฤทธิ์ออกเดช !!!
จุดโทษของ ไบรท์ตัน มาจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไปหวดเท้าของ ดินแดนนี่ เวลเบ็ค
เท่าที่เห็นจากภาพช้า นักเตะที่เด็กหงส์เรียกว่า ‘ร็อบโบ้’ ไม่ได้เจตนาทำฟาวล์อย่างแน่นอน
มิซ้ำในจังหวะนั้น ‘ท่านมหาเทพ’ ก็ไม่น่าจะครอบครองบอล หรือเกี่ยวบอลไปพบจังหวะทำประตูได้ซะด้วย
ตามคอมม่อนเซ้นส์ – ไม่น่าจะเป็นจุดโทษครับ
หรือไม่ให้ก็อาจจะไม่มีผู้ใดว่า
แต่ว่าผู้ผดุงความยุติธรรมอย่าง VAR กลับไม่ยอมปลดปล่อยผ่าน แล้วให้ผู้ตัดสินไปดูเองอีกที
ผมก็มองเหมือนเด็กหงส์โดยมากนั่นแหละขอรับว่าไม่น่าจะเป็น ‘จุดโทษ’ นะ
อ้าว…แล้วเหตุใด ผู้ตัดสินถึงลามกให้เป็นจุดโทษล่ะ ???
เหตุผลที่ผมเพียงพอจะเอามาอธิบายได้ ณ ที่นี้ เป็น…ท่านตุลาการสนามตัดสินแบบ ‘ซื่อ’ ตามกฏข้อตกลงมากเกินความจำเป็นหน่อย

liverpool - VARออกฤทธิ์ออกเดช!! สิ่งที่ต้องการบอกหลังหงส์แดงเสีย2แต้ม

คิดกล้วยๆอย่างนี้ขอรับ เป็นถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกกรอบเขตโทษ มันเป็นการฟาวล์ไงขอรับ เนื่องจากเท้าของ โรเบิร์ตสัน หวดไปโดนเท้าของ เวลเบ็ค โดยไม่ได้สัมผัสบอล
ถ้าเอาตามกฏมันก็ฟาวล์ ถ้าเกิดขึ้นนอกเขตก็เป็นฟรีคิก ถ้าเกิดขึ้นในเขต ก็เป็นจุดโทษ ตามหลัก ‘นิติศาสตร์’
แต่ถ้าใช้หลัก ‘รัฐศาสตร์’ หรือมี ‘ศิลป์’ สำหรับเพื่อการตัดสิน ต่อให้ เวลเบ็ค ไม่โดนสกิดจังหวะนั้นก็ทำประตูไม่ได้หรอก บอลทะลักหนีเขาไปตั้งแต่จังหวะแรกแล้ว

5. นอกเหนือจากโทษความซื่อเกินความจำเป็นของการตัดสิน รวมทั้งความเฮงซวยของ VAR แล้ว ลิเวอร์พูล อาจจะถูกลงโทษตนเองด้วยที่เล่นไม่ค่อยดีนัก และก็ทำประตูที่ 2 เพิ่มไม่สำเร็จ
กระนั้นยังขอชูตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้ VAR นี่แหละ สมแล้วที่โดนทัวร์ลงไปตามแบบแผน แถมทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรยังจำต้องมาโดนหางเลขไปด้วย