13/08/2022
Breaking News

PROS มั่นอกมั่นใจเข้าเทรดวันแรกรื่นเริง ตุนงานในมือแล้ว 2 พันลบ.

pros2 - PROS มั่นอกมั่นใจเข้าเทรดวันแรกรื่นเริง ตุนงานในมือแล้ว 2 พันลบ.

PROS เชื่อมั่นเข้าเทรดใน mai วันแรก 27 เม.ย.นี้ ได้รับการตอบกลับที่ดีจากนักลงทุน หนุนราคาเหนือจอง พร้อมเก็บงานในมือไว้ล็อตใหญ่มากยิ่งกว่า 2 พันล้านบาท แถมความรู้ความเข้าใจในการได้กำไรสุดแจ่มข้างหลังปี 63 ผลกำไรกระโดดถึง 86% จากปีก่อน หวังนำเงินที่ได้จากการระดมทุนคราวนี้ช่วยหนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้านผู้บริหารย้ำความแน่ใจ กอดหุ้นไว้ในมือแน่นไม่ขาย

นายโคตรเทวดา รัตนแสงสรวง ประธานข้าราชการบริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS กล่าวมาว่า บริษัทแน่ใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดค้าหุ้น เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกจะได้รับการตอบกลับที่ดีจากนักลงทุน และพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจตลอด ด้วยความพร้อมทางด้านพนักงานและระบบการทำงานเพื่อขยายธุรกิจและจังหวะในการเข้าประมูลงานใหม่ๆและเกื้อหนุนความรู้ความเข้าใจในการสร้างรายได้และผลกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทให้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ
ดังนี้ จากประสบการณ์ในการทำงานในโครงการของหน่วยงานภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับแผนการภาครัฐที่เน้นการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆโดยเฉพาะในด้านกำลังไฟฟ้า,ขนส่งมวลชน และติดต่อโทรคมนาคม ก็เลยทำให้กรุ๊ปบริษัทได้โอกาสในการเข้าไปขยายงานในส่วนของงานภาครัฐ จากปัจจุบันนี้มีรูปร่างออกจะน้อยหรือปลายปีคาดอยู่ที่ราวๆ 20% ซึ่งคาดจะเพิ่มเป็น 50% ในอนาคต

ในช่วงเวลาที่งานภาคเอกชนที่บริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จากผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบธุรกิจที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่างๆเช่น เทสโก้เก๋ โลตัส บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และกรุ๊ป ปตท.ฯลฯ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการขยายการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
“บริษัทมีการกระจัดกระจายความเสี่ยงลูกค้าให้มีความหลากหลาย และขยายงานไปยังกรุ๊ปงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น และก่อนหน้านี้บริษัทฯ ใช้ยุทธวิธีการขาย เพื่อดูแลลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทชั้นหนึ่งอย่างมีคุณภาพ ทำให้กรุ๊ปลูกค้าส่วนมากจะเป็นลูกค้าเกรด A ที่มีฐานะทางด้านการเงินดี และทำให้เราไม่มีปัญหาด้านการเงิน และเป็นบริษัทที่แทบไม่มีหนี้ ยิ่งกว่านั้นบริษัทมีความตั้งอกตั้งใจปฏิบัติงานภายใต้วิสัยทัศน์เป็นบริษัทก่อสร้างชั้นหนึ่งของประเทศ ซึ่งความเป็นมาผลงานและลูกค้าในอดีตเป็นเครื่องประกัน และทำให้ลูกค้ากรุ๊ปใหม่ๆเชิญชวน PROS เข้าร่วมประมูลงานเพิ่มมากขึ้น” นายโคตรเทวดา กล่าว
โดยแผนการเติบโตในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2564-2566) บริษัทวางเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% โดยจะมาจากงานบริการรับเหมาจัดตั้งงานระบบประกอบตึก และรายได้จากงานให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานโยธา คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันกว่า 99% ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆเวลาเดียวกันบริษัทยังคงเน้นควบคุมและการบริหารจัดการทุนที่ดี เพื่อความรู้ความเข้าใจในการได้กำไรที่ดี โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรทั้งสิ้น (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 6-7% จากปี 2563 ที่มีอัตรากำไรทั้งสิ้นที่ระดับ 5%
นายทองสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะเมือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางด้านการเงิน PROS กล่าวมาว่าคาด PROS จะเป็นหุ้นไอพีโอที่ได้รับความพึงพอใจจากนักลงทุน ด้วยลักษณะเด่นบริษัทฯมีฐานะทางด้านการเงินที่แกร่ง โดยหลังจาก IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดน้อยลงเหลือเพียงแค่ 0.61เท่าในปี 64 จากปี 63 ก่อน IPO อยู่ที่ 1.18 เท่า มีเงินสดในมือสูง และมีการจ่ายปันผลตลอด โดยมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

ในช่วงเวลาที่รายได้และผลกำไรเติบโตแกร่งโดยมีต้นสายปลายเหตุเกื้อหนุนจากงานโครงการในมือที่ยังไม่ส่งในวันที่ 15 มี.ค.64 จำนวน 768 ล้านบาท และงานที่มีหนังสือบอกเจตนาการว่าว่าจ้าง (LOI) อีกราว 1,229 ล้านบาท เกื้อหนุนงานในมือ (Backlog) ในขณะนี้อยู่ราวๆ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงานในมือทุบสถิติใหม่ของบริษัท โดยจะทยอยรับทราบรายได้ออกจะมั่นคงและมีเสถียรภาพ และยังไม่รับรวมโครงการใหม่ๆที่บริษัทฯ ได้โอกาสเข้าไปร่วมประมูลเพิ่มเติม สำหรับผลงานในปี 2563 หากแม้ในเหตุการณ์วัววิด-19 บริษัทฯ ก็สามารถได้กำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท เติบโตกว่า 86.66% จากปี 2562 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีศักยภาพในการปรับพฤติกรรมทางธุรกิจให้มีผลกำไรตลอด หากแม้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนไป ส่วนรายได้อยู่ที่ 944.77 ล้านบาท
นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษา กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ PROS กล่าวมาว่า ความเชื่อมั่นและมั่นใจหุ้น PROS ในการเข้าซื้อขายในตลาดค้าหุ้น เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ นักลงทุนจะมีความสนใจและการตอบกลับเป็นอย่างดี จากราคาหุ้น IPO ที่ระดับราคา 2 บาท เป็นราคาที่มีส่วนลดในระดับที่ดีเยี่ยมให้กับนักลงทุน

โดย P/E ของบริษัทฯคาดว่าจะลดน้อยลงได้อีกมากมายจากศักยภาพที่จะเติบโตโดดเด่นตลอด จากงานในมือสูงเป็นประวัติการณ์ และจากฐานทุนที่แกร่งขึ้น จะมีผลให้บริษัทมีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ๆทั้งยังภาครัฐและเอกชน และได้โอกาสได้รับงานอีกมากมายในอนาคต ตามการขยายตัวของกรุ๊ปลูกค้าในนานาประการอุตสหกรรมทั้งยังภาครัฐและเอกชนในประเทศ ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดค้าหุ้นฯ จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการแข่ง และเพิ่มจังหวะในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ด้านผู้บริหารย้ำความแน่ใจ กรุ๊ปครอบครัวรัตนแสงสรวง และผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 3 ราย ซึ่งร่วมตั้งบริษัทมาด้วยกัน โดยถือหุ้นเกิน 50% ติดไซเรนท์พีเรียดและไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกไป โดยผู้ถือรายใหญ่ทั้งสิ้นให้ความแน่ใจนำหุ้นส่วนที่เหลือจากที่ติด Silent มาติด Lock Up ทั้งสิ้น