29/11/2020
Breaking News

ไม่ค่อย’เฮฟวี่’เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล

01 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล

หลังจากชมศึกอภิมหายุทธ์ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเอยด้วยการเสมอกัน 1-1 จบแล้ว

ผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจร้ายแดงอย่างผมอยากจะกล่าวว่า…

02 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล

1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดกลุ่มได้บ้าดีนะครับ ในเมื่อคนนั้นก็ชอบ คนนี้ก็รักว่าแล้วก็ส่งแม่งลงอีกทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ ดิโอโก้เก๋ โชต้า พร้อมกันไปเลย
มองเผินๆเสมือนปรับระบบเป็น 4-2-3-1 ให้ดาวเตะแซมบ้าเป็นหน้าต่ำ โม ซาลาห์ หน้าเป้า ประกบข้างด้วยดาวยิงตัวใหม่ แล้วก็ ซาดิโอ มาเน่ แต่สิ่งที่เห็นบนฟลอร์หญ้าเสมือนเป็น 4-4-2 หรือ 4-2-4 ซะมากกว่า เหตุเพราะนักฟุตบอลที่เด็กหงส์เรียกอย่างน่ารักน่าตบว่า ‘บ๊อบบี้’ มิได้ลงต่ำมาช่วยเกมในดินแดนกึ่งกลางสักเท่าไหร่
ADVERTISEMENT
มันยังไม่ใช่แค่นี้ ฟูลแบ็คอีกทั้ง 2 ข้างก็ประพฤติตัวเสมือนเป็นปีกอยู่แล้ว หมายความว่าเวลารุก พวกพี่ๆเขาจะดาหน้ากันขึ้นไปเป็นแผงถึง 6 ตัว !!!
03 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล
2. อย่างไรก็แล้วแต่
สิ่งที่คิดกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงนั้นต่างกัน เนื่องจากว่าผมมีความรู้สึกว่าจัดตัวแบบนี้ ‘ลิเวอร์พูล’ เจตนา ‘เอาตาย’ แน่ๆเอาตายด้วยแนวทางเล่นแบบ เฮฟวี่ เมทั่ล – บีบสูงพลางเพรสซิ่งอย่างคุ้มคลั่ง
แต่ทว่าความจริงที่เกิดขึ้นเป็น ลิเวอร์พูล มิได้เล่นเกมรุกในจังหวะโลหะหนัก
เหตุที่ไม่กล้า ‘เฮฟวี่’ สักเท่าไหร่ เข้าใจว่าคงจะเกรงเกียรติยศของเจ้าถิ่นที่ไม่ใช่ เชฟฯ ยูไนเต็ด หรือ เวสต์หมูแฮม นะโว้ย แม้หลังดันขึ้นสูงเกินความจำเป็น แถมบีบเขาไม่จนจะกลายเป็นการเปิดพื้นที่ว่างในดินแดนหลังให้คู่ปรับมากจนเกินความจำเป็น
04 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล
3. ช่วง 15 นาทีแรก พลพรรคลิเวอร์พูลเล่นได้ดีกว่าแจ่มชัด แถมความประมาทเลินเล่อของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังช่วยทำให้พวกเขาขึ้นนำจากจุดลูกโทษอีกต่างหาก – ช่วงนั้นมองดูเช่นไร แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่น่ารอด เพราะนอกจากจะบุกไม่ขึ้น ยังมองเกร็งๆอีกต่างหาก
กลับไปกลับมากลายเป็นแชมป์เก่านี่แหละที่แผ่วไปเอง แล้วถอยมาเล่นแบบคุมพื้นที่ ในขณะที่ดินแดนกึ่งกลางของกลุ่มเรือใบเหนือกว่า เนื่องจากว่ามีมิดฟิลด์ตัวกลางมากกว่าจนตีเสมอได้วำเร็จ
น่าเสียดายที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงจุดลูกโทษพลาด ว่าแล้วนึกถึงเกมนี้ เมื่อ 2 ฤดูก่อนที่ แอนฟิลด์ อีกทั้ง 2 กลุ่มเล่นอย่างระแวดระวังแบบนี้ล่ะ ก่อน แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดลูกโทษในนาทีในที่สุดแล้ว ริยาด มาห์เรซ ตะบันลูกลอยละล่องไปในอวกาศ แม้จะไปไม่ถึงพระจันทร์ แต่ก็ตกอยู่ท่ามกลางดวงดาว…ถ่มยย
05 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล
4. ลิเวอร์พูล เล่นแบบเน้นย้ำผลแจ่มชัด มีความรู้สึกว่าควัก 1 แต้มออกมาจาก อิสต์แลนด์สได้ก็ไม่น่าไม่ชอบ ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่กล้ารุกเต็ม 80 ตีนถีบ ด้วยคิดคล้ายๆกันว่าเสมอแชมป์เก่าได้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า
เอาง่ายๆว่ามันยังอยู่ในช่วงต้นฤดู ระยะทางยังเหลืออีกยาวไกล ไม่จำเป็นต้องรับขู่เข็ญกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้าง เสมอกันก็ดีกว่าเสี่ยงแล้วแพ้…ว่างั้นเหอะ
06 - ไม่ค่อย'เฮฟวี่'เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล
5. ราฮีม สเตอร์ลิง เวลาพบกลุ่มเก่าจะออกอาการ ‘พากเพียรเกินเหตุ’ จนจังหวะเมืองนรกดังเดิม หวังพึ่งอะไรมิได้เลย…ไอ้หอก
ส่วนของลิเวอร์พูล – โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ฟอร์มตกอย่างแรง แถมไม่มีความมั่นอกมั่นใจ ในขณะที่การส่งกองหน้า 4 คนลงพร้อมกันทำให้ดินแดนกึ่งกลางเป็นรองซะอย่างงั้น
มิหนำ เจ้าหนูเทรนต์ เอเอ ยังถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปอีกคน ถ้าหากหายไปแบบยาวๆเด็กหงส์คงจะเครียดไม่ใช่น้อย อิอิอิ