13/08/2022
Breaking News

เปิดข้อกำหนดกฎหมายยัน สาวยุยงอาเสี่ยซิ่ง BMW Z4 ฝ่าฝนชนดับ จะมีความผิดด้วยหรือไม่

bm - เปิดข้อกำหนดกฎหมายยัน สาวยุยงอาเสี่ยซิ่ง BMW Z4 ฝ่าฝนชนดับ จะมีความผิดด้วยหรือไม่

จากกรณีอุบัติเหตุรถสปอร์ตหรู BMW Z4 ซิ่งฝ่าฝนเสียหลักผ่านเกาะกึ่งกลางพุ่งชนปะทะรถเก๋งแบรนด์ซูซูกิ สวิฟ ที่ถนน

สระบุรี-หล่มสัก ต.ห้วยโป่ง อ.หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตรวม 3 ศพ โดยเหตุเกิดช่วงวันที่ 13 ไม่.ย.ที่ผ่านมา จนถึงโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปไลฟ์สดของหญิงสาวชุดแดงวัย 18 ปี ที่นั่งรถมากับคนขับ BMW Z4 พร้อมพูดยุยงให้คนขับๆรถเร็วๆท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ว่า “ซิ่งเลยนะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” กระทั่งถูกวิจารณ์อย่างมากจากที่ได้เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

bm1 - เปิดข้อกำหนดกฎหมายยัน สาวยุยงอาเสี่ยซิ่ง BMW Z4 ฝ่าฝนชนดับ จะมีความผิดด้วยหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้านนิติกรก็ได้ออกมาโพสต์เนื้อความผ่านเพจ “Amity’s Juris – มิตรนิติกร” ระบุว่า กรณีความผิดฐานประมาทส่งผลให้คนอื่นๆถึงแก่เสียชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เป็นผลมาจากเสียงเชียร์ “ซิ่งเลยนะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” ตามเหตุการณ์ที่ได้มองคลิปแล้วก็ทราบกันดีนั้น สามารถแยกออกเป็น 3 ใจความสำคัญ ดังนี้

ใจความสำคัญที่ 1 การเชียร์ให้ซิ่งเป็นการทำในฐาน “ผู้ใช้” หรือ “ผู้ที่ได้การสนับสนุน” หรือไม่ แนวทางตรึกตรองจำต้องมองที่เจตนาของผู้กระทำเป็นหลัก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าหากผู้กระทำมีเจตนาที่จะทำอยู่แล้ว แบบนี้เสียงเชียร์จะเป็นเพียงแต่พลังสำหรับการเกื้อหนุนให้ทำผิด ผู้เชียร์ย่อมเป็นเพียงแต่ผู้ที่ได้การสนับสนุนสำหรับการทำผิดตามมายี่ห้อ 86 เพียงแค่นั้น
ในทางกลับกัน หากว่าผู้กระทำ “ไม่เคยมีเจตนา” สำหรับการทำผิดเลย แม้กระนั้นถ้าว่าเสียงเชียร์นั้น มาจุดประกาย “ก่อ” เจตนาให้เขาทำผิด แบบนี้ เสียงเชียร์จะไม่ใช่แค่พลังใจแล้ว แม้กระนั้นจะเป็นการสร้างเจตนาสำหรับการทำผิดให้เขาเลย กรณีนี้ผู้เชียร์จะเป็นผู้ใช้ตามมายี่ห้อ 84

สรุปง่ายๆก็คือ มองว่าผู้กระทำมีเจตนาหรือไม่ ถ้าหากมีอยู่และเป็นผู้ที่ได้การสนับสนุน แม้กระนั้นถ้าหากไม่มีก็เป็นผู้ใช้ ดังนี้ถ้อยคำสำคัญในตัวบท มาตรา 84 เป็นคำว่า “ก่อ”
ใจความสำคัญที่ 2 ความผิดฐานทำโดยประมาท มีผู้ร่วมทำได้หรือไม่ (สาเหตุร่วม, ผู้ใช้, ผู้ที่ได้การสนับสนุน) เนื่องจากว่าถนนที่เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามแนวภูเขาประกอบกับลักษณะอากาศทำให้ถนนเปียกชุ่มแล้วก็ลื่น ซึ่งบุคคลที่อยู่ในภาวการณ์แล้วก็ความประพฤติแบบนั้น จำต้องขับช้าอันจะถือได้ว่าเป็นการใช้ความระแวดระวังอย่างพอเพียง แม้กระนั้นเฮียกลับขับขี่รถรีบให้เร็วขึ้น พฤติกรรมของเฮียถือว่าเป็นการทำโดยไม่มีความรอบคอบซึ่งบุคคลในภาวการณ์แบบนั้นจะควรมีตามวิสัยแล้วก็ความประพฤติ แม้กระนั้นเฮียหาได้ใช้ให้พอเพียงไม่ แบบนี้พฤติกรรมของเฮียย่อมเป็นการทำโดยประมาทตามมายี่ห้อ 59 วรรคสี่

แม้กระนั้นเพราะว่า พฤติกรรมความผิดฐานประมาท เป็นการทำที่ไม่มีเจตนา เมื่อไม่มีเจตนาย่อมไม่อาจมีความผิดฐานสาเหตุตาม มาตรา 83, ผู้ใช้ตามมายี่ห้อ 84 แล้วก็ผู้ที่ได้การสนับสนุนตามมายี่ห้อ 86 เกิดขึ้นได้ (ฎ.1326/2510 แล้วก็ ฎ.6764/2545) ด้วยเหตุนี้ “น้องก็เลยไม่มีความผิดใดๆสำหรับการทำครั้งนี้”

ใจความสำคัญที่ 3 ถ้าผู้ที่กระทำความผิดตาย ความรับผิดในทางแพ่งย่อมหยุดตามไปด้วยหรือไม่ เพราะว่า เมื่อเฮียได้ทำผิดฐานทำโดยประมาทส่งผลให้คนอื่นๆถึงแก่เสียชีวิตตาม มาตรา 291 แล้ว เฮียก็ได้ถึงแก่เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย แบบนี้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมหยุดไปตามประมวลกฎหมายวิธีตรึกตรองความอาญา มาตรา 39(1)

ใจความสำคัญก็คือ คดีอาญาหยุด แล้วความรับผิดในทางแพ่งหยุดตามด้วย

หรือไม่ เห็นว่าพฤติกรรมของเฮียนอกจากจะเป็นความผิดอาญาแล้ว ยังเป็นการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบมาตรา 437 อีกด้วย เฮียย่อมจำต้องรับผิดตามที่ตั้งไว้ในมาตรา 438 ซึ่งนับว่าเป็นหนี้ประเภทหนึ่ง แล้วก็หนี้นั้นนับว่าเป็นมรดกอย่างหนึ่ง ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 1600 แล้วก็ในเมื่อหนี้เป็นมรดกย่อมตกทอดไปยังผู้สืบสกุลตามมายี่ห้อ 1599 แล้วก็บุคคลที่จะจำต้องรับผิดชอบในหนี้นี้ก็คือ “ผู้สืบสกุลที่มีสิทธิได้รับมรดกตาม มาตรา 1629” ดังนั้นในหัวข้อนี้ครอบครัวของผู้เสียหายย่อมได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม

ทั้งผองนี้เป็นเพียงแต่ใจความสำคัญทางกฎหมายที่น่าสนใจในความรับผิดทางอาญาแล้วก็แพ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการใคร่ครวญพฤติกรรมความผิดของบุคคลในข่าวสารที่จำต้องอาศัยข้อสรุปแล้วก็ข้อมูลเพิ่มเติมในทางสืบสวนเสริมเติมแต่อย่างใด

แม้น้องจะไม่ได้รับผิดทางกฎหมายอย่างใด เพราะว่ากฎหมายมีบางทีอาจบังคับไปถึงจริยธรรมหรือสามัญสำนึกในบางเรื่อง แม้กระนั้นน้องก็ได้รับผลกรรมของความหุนหันพลันแล่นอย่างสมดุลแล้ว ขอให้ทำความเข้าใจแล้วก็เติบโต แล้วก็จากเหตุการณ์นี้เป็นการย้ำในเรื่องที่ว่า “เสียงของคนข้างคนขับมีผลในทางจิตวิทยาเป็นอย่างยิ่งแก่คนขับ” ถ้าพวกเราพูดไปในทางที่ดีให้รอบคอบย่อมเป็นการเตือนสติ แม้กระนั้นถ้าพวกเรายุแยงให้เขาท้าต่อความอันตรายใดๆเสียงของพวกเราย่อมส่งผลต่อเขาไปในทางนั้น
ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านโปรดรำลึกไว้เสมอว่า “ขับช้าให้คนมองดู ดีมากกว่าลงไปกองให้คนเก็บ”