August 10, 2020
Breaking News

อเวนเจอร์ 4 บรรยายสรุปอย่างย่อท้อ เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ

อเวนเจอร์ 4

Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้อย่างง่ายดายก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการถักต่อรายละเอียดของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างจำพวกที่เกือบจะไม่หลงเหลือความคาดหมายอะไรก็แล้วแต่ให้กับผู้ชม

อเวนเจอร์ 4 พูดสรุปอย่างย่อท้อ เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั้งทีมอเวนพบร์สและกลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งบาดหมางในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) ลงเอยด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตัวเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องเปลี่ยนภาวะเป็นขี้เถ้าผง เพราะเหตุว่าพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมวายร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งตกแต่งไว้ด้วยอัญมณีครอบครองพิภพทั้งยัง 6 ก้อน หรือถ้าจะบอกให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ประมาณครึ่งค่อนที่มอดม้วยมรณา แต่ว่าครึ่งหนึ่งของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จำเป็นต้องพลอยตายไปด้วย จากแนวนโยบายอันเลือดเย็นและอำมหิตของจอมบงการธานอส ผู้ซึ่งเห็นว่านั่นเป็นหนทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลกลับคืนสู่ความสมดุลและอยู่รอด

พูดง่ายๆในแง่ของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีวันเลือกมากเท่าไรนัก เว้นเสียแต่เก็บองค์ประกอบที่หักพังและผิดใจจากภาคก่อนหน้า และค่อยๆเอามาประสานให้เข้ารูปเข้ารอย และในตอนที่การเริ่มต้นพูดถึงรายละเอียดของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยคำตอบเงื่อนหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกและขั้นตอนการที่คนทำหนังพาเหล่านักแสดงออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า และเป็นจุดกำเนิดของในช่วงเวลานี้ เว้นเสียแต่ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน

หรือกำหนดให้แจ่มกระจ่างอีกนิด จุดกำเนิดรายละเอียดของ Avengers: Endgame ไม่ได้มีสถานะเป็นความลับพอๆกับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้สร้างก็ทิ้งประเด็นเอาไว้ใน End Credit ของเวลาที่แล้วพอเหมาะพอควร และน่าไว้วางใจว่าไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความหวังสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักมากแค่ไหน แต่กันตามจริง คนทำหนังจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อเรื่องดำเนินไปต่อได้ ใจความสำคัญก็เลยอยู่ที่ว่ามันดูแนบเนียนและมีเหตุผล หรือเป็นเพียงการหักหลังผู้ชมอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็คงจะจำเป็นต้องกล่าวว่าคนทำหนังสามารถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างลอยนวล

พินิจพิเคราะห์จากสถานะของการเป็นตอนท้ายที่สุดของแฟรนไชส์ ซึ่งถูกเรียกร้องให้จำเป็นต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมๆกัน ตั้งแต่การหาทางออกให้กับปมของเรื่อง ผู้กระทำระจายบทให้นักแสดงซึ่งมีเยอะแยะได้มีเวลาและพื้นที่ของตัวเอง ไปจนกระทั่งการให้โอกาสให้ผู้ชมได้รำ่ลาบรรดานักแสดงที่อุตส่าห์คลุกคลีมาร่วมสิบปี แถมด้วยในระหว่างนี้ คนทำหนังก็ยังจำเป็นต้องคอยหยอดมุกขบขันสลับกับการสอดแทรกประเด็นดราม่าเข้ามาเพื่อหนังมีจังหวะจะโคนขึ้นลงที่น่าติดตาม และนั่นยังไม่ต้องพูดถึงฉากแอ็กชันที่เป็นส่วนสำคัญของหนังมาตั้งแต่ต้น โดยปริยาย Avengers: Endgame เป็นหนังที่หลีกเลี่ยงภาวะอุ้ยอ้ายและเทอะทะได้ลำเค็ญ

ส่วนที่น่าทึ่งก็คือ หนังสามารถจัดการกับข้อแม้และคำเรียกร้องต่างๆที่พ่วงมาจากตอนก่อนหน้าได้อย่างเข้มข้น รัดกุม แนบเนียน แยบคาย (หรือรายละเอียดที่รุ่มร่ามนิดๆหน่อยๆก็เป็นสิ่งเป็นที่ยอมรับได้) และก้าวเดินไปด้านหน้าได้อย่างมั่นใจในตัวเองและอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วงเวลา 3 ชั่วโมงกับ 1 นาทีของหนังพ้นไปราวกับติดปีกโบยบิน เหนืออื่นใด นี่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สามารถใช้คำว่าปลื้มปิติตื้นตันใจ และน่าไว้วางใจว่าผู้ชมจำนวนหลายชิ้นคงจะเดินออกมาจากโรงหนังด้วยความรู้สึกห่วงใย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *