16/08/2022
Breaking News

อนุทิน แจงหน่วยงานองค์กรรัฐ-เอกชน ขอสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิดเป็นกลุ่มได้

anutin 1 - อนุทิน แจงหน่วยงานองค์กรรัฐ-เอกชน ขอสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิดเป็นกลุ่มได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจงหน่วยงานรัฐ-เอกชนรวมตัวขอรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ หรือจัดสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์

แล้วขอรับวัคซีนไปฉีดเอง ช่วยเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนอย่างเร็ว แจงผู้ติดเชื้อมากขึ้นจากเรือนจำรวมทั้งไซต์ก่อสร้างที่เขตหลักสี่ ใช้ Bubble and Seal ควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่สู่ภายนอก ถือว่าควบคุมได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องเพิ่มมาตรการ
วันนี้ (17 พ.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีรวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เข้าพบปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อรายงานการจัดการจัดการการฉีดยาวัววิด 19 อีกทั้งปริมาณวัคซีนที่มีรวมทั้งผู้กระทำระจายการฉีดยาใน 3 วิถีทางเป็นผ่านระบบหมอพร้อม ผ่าน อสม. รวมทั้งการที่หน่วยงานองค์กรภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชนรวมถึงสมาชิกในครอบครัวรวมกลุ่มกันทำหนังสือมายัตระหนี่รมควบคุมโรคเพื่อขอรับวัคซีน อีกทั้งขอรับการฉีดที่สถานบริการรวมทั้งการจัดสถานที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฉีดยาเอง ลักษณะนี้จะช่วยแบ่งเบาภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก อย่างเช่น กระทรวงคมนาคมใช้สถานีกึ่งกลางบางซื่อฉีดเจ้าหน้าที่ขนส่งสาธารณะ หรือกองทัพที่มีพื้นที่รวมทั้งหน่วยพยาบาลดำเนินการฉีดเองได้ หรือกรณีสำนักงานประกันสังคมที่ระบุว่าจะฉีดให้ผู้เอาประกันตน เป็นต้น เมื่อฉีดแล้วจะตัดบัญชีจากจังหวัดต้นทาง
สำหรับปริมาณผู้ติดเชื้อวัววิด-19 ที่มากขึ้นเป็นอย่างมากนั้น คลัสเตอร์หลักมาจากเรือนจำซึ่งเป็นหลักที่ปิดรวมทั้งไซต์ก่อสร้างเขตหลักสี่ที่สั่งปิดแล้วได้ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ทั้งสิ้นใช้มาตรการ Bubble and Seal ไม่ให้มีการแพร่ระบาดสู่ภายนอก คัดแยกประเภทผู้ป่วยเป็นกรุ๊ปเขียวเหลืองแดง โดยจะนำเฉพาะผู้ติดเชื้อมีอาการที่ต้องถึงมือหมอจริงๆออกมา จำนวนมากผู้ติดเชื้อยังเป็นกรุ๊ปสีเขียว เมื่อครบ 14 วันก็จะหายดี อย่างเช่น เรือนจำติดเชื้อ 9 พันกว่าคน เป็นกรุ๊ปสีเขียวราวจำนวนร้อยละ 70 เมื่อครบ 14 วันจะมีราว 5 พันกว่าผู้ที่กลายเป็นปริมาณแพทย์หาย ทั้งนี้ ได้ให้การส่งเสริมยารักษาโรครวมทั้งการฉีดยา สถานการณ์ถือว่ายังควบคุมได้ ไม่ถึงขั้นต้องเพิ่มมาตรการ ส่วนที่มีการผ่อนคลายการทานอาหารในร้าน ขอให้ทุกคนยังคงมาตรการป้องกันควบคุมโรค อีกทั้งเว้นระยะห่างสวมหน้ากาก ล้างมือ หรือปฏิบัติงานที่บ้าน
“ข้างหลังการคลายอารมณ์มาตรการจะมีการประเมินสถานการณ์ ถ้ามีความจำเป็นก็สามารถเข้มมาตรการขึ้นมาได้ ซึ่งการคลายอารมณ์รวมทั้งกลับมาเข้ม ไม่ได้หมายความว่าบริหารล้มเหลว หลายประเทศมีการผ่อนคลายรวมทั้งกลับมาเข้มด้วยเหมือนกัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันนี้ยังไม่ต้องเพิ่มมาตรการ แต่ว่าถ้าจำต้องเพิ่มมาตรการหรือล็อกดาวน์ ทาง ศบค.จะมีการพิจารณา แต่ว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น” นายอนุทินกล่าว