24/09/2021
Breaking News

ครอบครัว ‘ไฮโซลูกนัท’ ออกแถลงการณ์สรุปตาขวาบอดจากการโดนยิงแก๊สน้ำตา จ่อฟ้องกลับตร.ทั้ง แพ่ง-อาญา

nat - ครอบครัว 'ไฮโซลูกนัท' ออกแถลงการณ์สรุปตาขวาบอดจากการโดนยิงแก๊สน้ำตา จ่อฟ้องกลับตร.ทั้ง แพ่ง-อาญา

19 ส.ค.64 – เพจเฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay ของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท ออกแถลงการณ์กรณีอาการบาดเจ็บระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏข่าวสารเผยแพร่ทั่วไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564

ว่า นายธนัตถ์ ธนาธุระอวย (ลูกนัท) ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าแล้วก็ดวงตาจากการดำเนินงานควบคุมแล้วก็สลายการประชุมของเจ้าหน้าที่ในรอบๆอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วก็แยกดินแดง กรุงเทพฯ กระทั่งจำต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากภาควิชาหมอนั้น

นายธนัตถ์ฯ แล้วก็ครอบครัวธนาธุระอวย ขอขอบพระคุณภาควิชาหมอผู้กระทำการตรวจรักษาแล้วก็ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องทุกท่าน ตลอดจนญาติมิตรที่ได้ได้โปรดช่วยเหลือ หรือติดตามสอบถามอาการบาดเจ็บของนายธนัตถ์ฯ แล้วก็ความคืบหน้าสำหรับเพื่อการตรวจรักษาด้วยการใช้ความหวังดีแล้วก็ประสงค์ดีมาโดยตลอด ในการนี้ นายธนัตถ์ฯ แล้วก็ครอบครัว ขอเรียนต่อหมู่ชนว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทางครอบครัวแล้วก็ภาควิชาหมอพยาบาลยังไม่เคยให้ข่าวอะไรก็ตามกับสื่อมวลชนหรือบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว เพราะฉะนั้น ครอบครัวธนาธุระอวยจึงขอแถลงข้อมูลในความจริง โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ในประการแรก นายธนัตถ์ ได้รับบาดเจ็บโดยมีรอยแผลฉีกขาดเป็นรูปครึ่งวงกลมที่รอบๆขนคิ้วขวา ลักษณะมีเหตุมาจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุของแข็งไม่มีคม ลักษณะเป็นกระบอกกลม ซึ่งภาควิชาหมอผู้ตรวจรักษาได้ตรวจวิเคราะห์แล้วพบว่านายธนัตถ์ มีแผลบวมช้ำที่เบ้าตาขวา แล้วก็มีรอยแผลฉีกขาดที่ขนคิ้วขวา กระจกตาขวาฉีกขาด ลูกตาขวาแตก จอประสาทตาขวาลอก

แล้ว นายธนัตถ์ จึงได้เข้ารับการดูแลและรักษาอาการบาดเจ็บจากภาควิชาหมอด้วยการผ่าตัดแล้ว ตอนนี้มีลักษณะอาการพื้นฐานปลอดภัยแล้วก็ทรงตัว แม้กระนั้นยังมีความจำเป็นที่จะจำต้องได้รับการตรวจรักษาจากหมอเสริมเติมต่อเนื่องไปอีกตรงเวลามากยิ่งกว่า 6 เดือน โดยหมอลงความคิดเห็นว่า ภายหลังการดูแลและรักษาสำเร็จแล้ว ดวงตาข้างขวาของนายธนัตถ์ จะไม่สามารถที่จะเห็นได้อีก

ครอบครัวธนาธุระอวยขอเรียนว่า นายธนัตถ์ ได้เข้าร่วมการประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 ซึ่งคือการใช้เสรีภาพสำหรับเพื่อการแสดงความคิดเห็นแล้วก็เสรีภาพสำหรับเพื่อการประชุมโดยสงบแล้วก็ไม่มีอาวุธ จากที่รัฐธรรมนูญที่แว่นแคว้นไทย พ.ศ. 2560 ได้ข้อกำหนดรับประกันเสรีภาพดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นไว้ โดยนายธนัตถ์ มีเจตนาที่จะแสดงความคิดเห็นแล้วก็ประชุมอย่างสงบโดยยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาแต่แรกเริ่ม โดยตลอดการร่วมประชุมนายธนัตถ์ ได้แสดงออกแล้วก็บากบั่นอย่างเต็มที่สำหรับเพื่อการป้องกันแล้วก็เลี่ยงพฤติการณ์อะไรก็ตามที่อาจทำให้เกิดความรุนแรง หรือการเสี่ยงต่อความรุนแรง ความโกลาหล แล้วก็ความเสื่อมโทรมแก่บุคคลที่เกี่ยวโยงทุกฝ่าย ตามที่ได้ปรากฏหลักฐานเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป

ทั้งนี้ แม้ว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ควบคุมกลุ่มคน (คฝ.) หรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวโยงนั้นจะมีอำนาจหน้าที่สำหรับเพื่อการบังคับใช้ข้อบังคับแล้วก็ดูแลความเรียบร้อยสำหรับเพื่อการประชุม แม้กระนั้นก็จำต้องทำหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นโดยยกย่องแล้วก็พิจารณาถึงสิทธิเสรีภาพแล้วก็ความปลอดภัยโดยรวมของราษฎรผู้เข้าร่วมการประชุม

อย่างไรก็แล้วแต่ ได้ปรากฏข้อพิสูจน์ว่าในระหว่างการประชุมนั้น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ควบคุมกลุ่มคน (คฝ.) ได้เลือกใช้มาตรการสำหรับเพื่อการสลายการประชุมหลายประการที่มีการเสี่ยงสำหรับเพื่อการส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมแก่ชีวิตหรือร่างกายของผู้เข้าร่วมประชุม ยกตัวอย่างเช่น การยิงแก๊สน้ำตา หรือการยิงลูกปืนยางเข้าใส่กรุ๊ปราษฎรผู้ประชุม ทั้งที่การประชุมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังไม่ปรากฏข้อพิสูจน์หรือสถานการณ์การใช้ความรุนแรงถึงระดับที่จะเป็นเหตุให้รัฐบาลมีความจำเป็นจำต้องใช้มาตรการที่มีความรุนแรงสำหรับเพื่อการสลายการประชุมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

หรือแม้ปรากฏข้อพิสูจน์ว่า เวลานี้อยู่ในสภาวะที่จำเป็นจะต้องใช้มาตรการยิงแก๊สน้ำตา หรือยิงลูกปืนยางก็ตาม การกระทำการของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็จำเป็นที่จะต้องกระทำไปตามหลักการแล้วก็มาตรฐานสากล กล่าวอีกนัยหนึ่ง สำหรับเพื่อการดำเนินการยิงแก๊สน้ำตานั้น จำต้องใช้ขั้นตอนการยิงแบบวิถีโค้งในลักษณะโพรเจกไทล์ (Projectile) โดยจำต้องไม่ทำการยิงวิถีตรงหรือเล็งเข้าพบตัวบุคคลอย่างเด็ดขาด แล้วก็ในส่วนของการยิงหรือใช้ลูกปืนยางนั้นจำต้องเล็งยิงไปในรอบๆที่ต่ำกว่าเอวหรือรอบๆขาเพียงแค่นั้น

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สน้ำตาหรือลูกปืนยาง ต้องห้ามยิงจากที่สูงหรือมุมสูงโดยเด็ดขาด ซึ่งในกรณีของนายธนัตถ์ มีเหตุมาจากการยิงแก๊สน้ำตาที่ไม่ใช่การยิงแบบวิถีโค้ง กระทั่งเกิดเป็นความเสียหายที่ไม่บางทีอาจประเมินได้นั่นเอง

โดยเหตุนั้น นายธนัตถ์ แล้วก็ครอบครัวจึงมีความคิดเห็นว่าการใช้มาตรการสลายการประชุมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นคือการใช้กําลังแล้วก็วัสดุควบคุมกลุ่มคนที่เกินจําเป็น ไม่ได้รูปร่างที่สมควรและไม่สอดคล้องกับแนวทางสากลสำหรับเพื่อการจัดการแล้วก็ควบคุมกลุ่มคน ทั้งเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุและไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งเป็นเหตุให้ราษฎรจำนวนไม่น้อยรวมถึงนายธนัตถ์ ได้รับบาดเจ็บอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพสำหรับเพื่อการแสดงความคิดเห็นแล้วก็การประชุมของราษฎร

เพราะฉะนั้น นายธนัตถ์ฯ แล้วก็ครอบครัวจึงมีความปรารถนาที่จะใช้สิทธิสำหรับเพื่อการฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายอีกทั้งในคดีอาญา คดีแพ่ง แล้วก็คดีอื่นใดกับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวโยงทั้งหมด สำหรับเพื่อการพิสูจน์ข้อพิสูจน์ แล้วก็ความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นต่อนายธนัตถ์ ด้วยเหตุว่าการใช้อำนาจหน้าที่ การกระทำการ แล้วก็พฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจนกระทั่งถึงที่สุดในทุกวิธี

โดยมีเจตนาเพื่อจะให้เป็นบรรทัดฐานแล้วก็แบบอย่างสำหรับเพื่อการป้องกันสิทธิเสรีภาพสำหรับเพื่อการแสดงความคิดเห็นแล้วก็เสรีภาพสำหรับเพื่อการประชุมโดยสงบแล้วก็ไม่มีอาวุธของราษฎรตามรัฐธรรมนูญฯ ที่บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกซึ่งข้อคิดเห็นของตัวเอง แล้วก็อยู่ร่วมกันในสังคมโดยสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ รวมถึงเพื่อเป็นการป้องกันสิทธิแล้วก็ศักดิ์ศรีของนายธนัตถ์ แล้วก็ครอบครัวตามกรอบของข้อบังคับแล้วก็ตามรัฐธรรมนูญฯ

โดยการดำเนินงานดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนี้นายธนัตถ์ แล้วก็ครอบครัวมิได้มีเจตนาแล้วก็มิได้มีความปรารถนาที่จะให้บุคคล กรุ๊ปบุคคล หรือข้างการเมืองใดใช้ประโยชน์คุณประโยชน์ในทางการเมือง ไม่ว่าในลักษณะหรือแง่มุมใดก็ตาม

ครอบครัวธนาธุระอวย ขอเรียนว่าเหตุที่เกิดขึ้นกับนายธนัตถ์ นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งรุนแรงของครอบครัว ซึ่งครอบครัวธนาธุระอวยหวังว่าการดำเนินงานอะไรก็ตามหลังจากนี้ จะช่วยไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือความรุนแรงในลักษณะเดียวกันต่อบุคคล หรือราษฎรที่อยากได้แสดงออกทางความนึกคิดของตัวเองโดยสงบแล้วก็ไม่มีอาวุธ

โดยขอรับรองว่าการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ ของราษฎรจำต้องผิดกีดขวางหรือรุกรามโดยเมือง แล้วก็การใช้อำนาจหรือการกระทำงานของหน่วยงานแล้วก็เจ้าหน้าที่ของเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นไปตามแนวทางสันติวิธีแล้วก็เป็นไปตามหลักสากล โดยเลี่ยงการใช้กำลังหรือวิธีการทำให้เกิดความรุนแรงอะไรก็ตาม