29/11/2020
Breaking News

คนละครึ่งรอบ 2 ย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์เงิน 3,000 บาท

162 - คนละครึ่งรอบ 2 ย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์เงิน 3,000 บาท

33 - คนละครึ่งรอบ 2 ย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์เงิน 3,000 บาท

กระทรวงการคลัง ย้ำคุณสมบัติคนที่จะสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงาน “คนละครึ่ง” เพื่อรับสิทธิ์ใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท รอบเก็บตก ในวันที่ 11 พ.ย.นี้

ปัจจุบัน นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจการเงิน สศค. ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวมาว่า โครงงานคนละครึ่งจะเปิดให้สามัญชนสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงานอีกรอบ ในวันที่ 11 พ.ย. 2563 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตราบจนกระทั่งจะครบปริมาณ

ปตท.ลุ้น “โจ ไบเดน” ฉุดเศรษฐกิจโลกฟื้น ปี 64 ฝ่าลงทุน 8 หมื่นล้าน


เปิดแผนแม่บทเฉพาะกิจสู้วัววิด ภายใต้ที่มีความสำคัญในการรบชาติวางเป้า “ล้มแล้วลุกไว”


เปิดผลกำไรปาท่องโก๋การบินไทย

778 - คนละครึ่งรอบ 2 ย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์เงิน 3,000 บาท

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าคนที่สามารถสมัครสมาชิกได้ต้องเป็นผู้ไม่เคยสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงานคนละครึ่ง มาก่อน หรือเป็นผู้เคยสมัครสมาชิกแต่ไม่เป็นผลสำเร็จจึงถือเป็นคนที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงงาน ซึ่ง ณ วันที่ 9 พ.ย. 2563 มีสิทธิยังเหลือจากผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิและผู้ไม่เริ่มใช้สิทธิ์ภายในระบุ 14 วัน ที่จะเอามาเปิดให้สามัญชนสมัครสมาชิกเป็นปริมาณ 2.3 ล้านสิทธิ์
สำหรับคุณสมบัติของคนที่สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงาน ควรจะเป็นสามัญชนชนชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันสมัครสมาชิก มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรผลประโยชน์ที่รัฐซึ่งได้รับสิทธิ์จากโครงงานเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรผลประโยชน์ที่รัฐ โดยขอให้จัดเตรียมสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงานคนละครึ่งในวันที่ 11/11 ก่อนปริมาณสิทธิจะหมดลงอีกรอบ อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับสิทธิ์และใช้สิทธิ์ตามโครงงานคนละครึ่งแล้ว จะไม่สามารถที่จะเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนได้
แม้กระนั้น สำหรับความคืบหน้าปัจจุบัน ณ วันที่ 9 พ.ย. 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงงานแล้วกว่า 5.57 แสนร้านค้า และผู้ใช้สิทธิ์แล้วปริมาณ 7,352,274 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 10,155 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่สามัญชนจ่าย 5,178 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 4,977 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 214 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 ลำดับแรก ตัวอย่างเช่น กรุงเทพมหานคร, จังหวัดสงขลา, นครศรีธรรมราช, จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ.